ทิศทางการไปต่อของราคาวัสดุก่อสร้างจากพิษที่ถูกลามโดยวิกฤติสงครามปี 2565


March 28, 2022

ทิศทางการไปต่อของราคาวัสดุก่อสร้างจากพิษที่ถูกลามโดยวิกฤติสงครามปี 2565

ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกหอัตราเงินเฟ้อเหวี่ยงไปๆ มาๆ มูลค่าทรัพยากรธรรมชาติปรับตัวขึ้นลงซ้ำแล้วเล่าในทุก ๆ ช่วงของศัตวรรศ โดยเฉพาะตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ผลกระทบจากโรคระบาดCOVID-19 ก็ยังคงปรากฏให้เห็นกันอยู่ทั่วโลกจนกลายเป็นภูมิคุ้มกันหมู่ (herd immunity) ไปแล้วในหลายประเทศ ประกอบกับมาตรการ
ที่ผ่อนคลาย อย่างไรก็ตาม ความดุเดือดของสงครามยูเครน-รัสเซียที่กำลังเป็นประเด็นร้อนอยู่ทุกวันนี้ และยังสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้บริโภคที่ถูกกระทบจากการ
สู้รบโดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจส่งออกและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นอย่างมาก  

พิษถูกลามอย่างเห็นได้ชัดจากราคาวัสดุก่อสร้างที่ขึ้นกันยกแผงต้นทุนราคาน้ำมันและราคาเหล็กปรับตัวสูง  กระทั่งหลายสำนักแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถืออย่างฐานเศรษฐกิจ และธนาคารแห่งประเทศไทย คาดการ์ณ ต้นทุนบ้านและคอนโดมีโอกาสปรับตัวถึง 15% แนวโน้มราคาขายขึ้นถึง 5% ในขณะเดียวปริมาณการใช้โครงสร้างเหล็กในประเทศจีนลดลง เพราะขาดแคลนผลิตภัณฑ์เหล็กไปทั่วโลกส่งผลให้วัสดุสามารถปรับตัวถึง 30,00บาทต่อตันได้ 

ที่สำคัญประเทศรัสเซียถือว่าเป็นแหล่งส่งออกเหล็กอันดับ 2 รองจากประเทศจีน ขณะที่รัสเซียยังส่งออกเป็นอันดับแรก ๆ ของโลก  แหล่งขุมทรัพย์ของปิโตรเลียม
แหล่งที่มาในการผลิตเม็ดวัตถุดิบเม็ดพลาสติกพอลิเอทิลีนชนิดความหนาแน่นสูง HDPE จากซัพพลายเออร์มูลค่า Market Cap. อันดับท็อป ๆ ของประเทศไทย
อย่าง PTT หรือ SCG ส่งผลกระทบเป็นห่วงโซ่ตั้งแต่ลำดับบนสุดจนถึงผู้บริโภคประกอบด้วย โรงงานผลิตท่อ HDPE หรือผู้ประกอบการอื่น ๆ เกี่ยวข้อง เช่น โรงงานเป่าถุงพลาสติก โรงงานท่อ PVC,PPR,PB ขวดน้ำพลาสติก และ อื่นๆ อีกมากมาย  

เมื่อเปรียบเทียบกับปี2564-2565อ้างอิงจากราคาต้นทุนวัตถิบที่บริษัทฯประเมินคร่าว ๆ ค้นพบว่า ราคาต้นทุนปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 20% และยังคงจะทรงตัวในระดับ
ที่ค่อนข้างสูงอย่างต่อเนื่องอ้างอิงแนวโน้มเชิงเทคนิคของกราฟราคาน้ำมันสำเร็จรูปในสิงคโปร์ และราคาน้ำมันดิบ สรุปโดยรวมว่าเบนซิน95 และดีเซล มีการเปลี่ยนแปลงสูงขึ้น 5.52% และ 7.04% จากข้อมูล ณ วันที่ 18 มี.ค.2565 แม้ว่าอาจจะมีการหดตัวลงเล็กน้อย ภาพรวมของกราฟยังอยู่ในทรงขาขึ้น (uptrend)     สาเหตุหลักนอกจากความขาดแคลนของแหล่งทรัพยากรธรรมชาติแล้วหลังการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครนยังคงไม่สามารถหาข้อสรุปได้ ส่งผลให้ผู้ซื้อในหลายประเทศยังคงหลีกเลี่ยงการซื้อน้ำมันจากรัสเซียและคาดจะเริ่มส่งผลกระทบต่ออุปทานของรัสเซียในเร็วนี้ ทั้งนี้หากสงครามยังคงไม่สงบนิ่งจะส่งผลให้
ความต้องการของผลิตภัณฑ์ทั้งน้ำมันและเหล็กตึงตัว เป็นการผลักดันราคาผลิตภัณฑ์ในตลาดโลกให้ปรับตัวสูงขึ้นขณะเดียวกันยังมีผลกระทบด้านพลังงาน
ด้านต้นทุนการผลิตและการขนส่ง          

มุมมองในฐานะผู้ประกอบการและผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างสำหรับระบบสาธารณูปโภค ที่จำหน่ายแก่ทั้งภาครัฐและเอกชน มองว่า โอกาสในการนามสั่งซื้อไว้ล่วงหน้าจะเป็นผลดีต่อหลายๆ บริษัทในประเทศอย่างมาก อย่างไรก็ตาม น่าเสียดายที่สภาวะราคากลุ่ม Commodity ผันผวนรุนแรงอย่างมาก ทำให้ไม่เหลือในโอกาสในการกักตุนท้ายที่สุด วัสดุก่อสร้างปรับราคาขึ้นทุกรายการจากต้นทุนพลังงาน หากภาวะสงครามยืดเยื้อจะไม่เป็นผลดีกับทุกฝ่ายทุกประเทศ รวมถึงประเทศไทย  

จากการตรวจสอบราคาพบว่าเหล็กขยับไปกว่า60-70%  ขณะปูนซิเมนต์ คอนกรีต โครงสร้างหลักที่ใช้ในการก่อสร้างสำคัญไม่แพ้เหล็กความผันผวนสูงปรับราคา 4 ครั้ง เป็นเหตุให้ราคาปูนขยับไปที่คิวละ 120 บาท ในต้นปี2565 หรือ 12% เมื่อเทียบจากต้นทุนเดิมกระจกและอลูมิเนียมซึ่งนำมาประกอบประตูหน้าต่างขยับขึ้น 20-30% ขณะอิฐมวลเบาอิฐบล็อกแม้เป็นวัสดุหาวิตถุดิบได้ในประเทศ ราคาขายต่อก้อนก็ปรับตัวเนื่องจากน้ำมันมีราคาสูง

แม้ว่านโยบายของภาครัฐส่งเสริมเงินสมทบเข้ากองทุนน้ำมันส่วนนึงเพื่อที่จะช่วยประคับประคองประชาชนต่อไป แต่ก็ยังไม่สามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายครัวเรือนรวมถึงค่าครองชีพ และอัตราเงินเฟ้อ (stagflation) ของประเทศที่ต่างคนต่างไม่รู้จุดจบนอกจากนี้ยังไม่ได้พูดถึงอัตราค่าแรงที่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง จาก 300 กว่าบาท
ต่อวัน เป็น499-500บาท/วัน เนื่องจากกระทรวงแรงงานมีความประสงค์ให้ชะลอเพราะจะทำให้ภาคก่อสร้างมีต้นทุนที่สูงขึ้น จากเดิมที่สูงมากอยู่แล้ว                

สรุปภาพรวมแล้วยังเป็นเรื่องที่น่ากังวลเกี่ยวกับวิกฤติสงครามกระทบต้นทุนน้ำมันและราคาวัสดุก่อสร้าง ซึ่งบริษัทรับสร้างบ้านเอง ที่ผ่านมาไม่ต้องการขยับราคาบ้านขึ้น เพราะเกรงกระทบต่อการตัดสินใจของลูกค้า แต่ขณะนี้ต้นทุนพุ่งกระฉูดเร็วมาก แบบที่ทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคก็ทรงตัวกันอย่างลำบากโดยเฉพาะกลุ่มเหล็ก- โลหะ และท่อ ซึ่งเป็นที่ต้องการระหว่างกลุ่มผู้รับเหมาในหลายๆ งานโครงการ ในมูลค่ากำลังซื้อที่สูงพอสมควรเนื่องจากส่วนใหญ่สอดคล้องกับงานโครงการระดับ Mega Projects หรือโครงการต่อเนื่อง พื้นที่บริเวณภาค EEC งานนิคมอุตสาหกรรมงานวางท่อขยายเขตการประปา และงานรื้อสายไฟบนอากาศลงใต้ดินตามเขตส่วนภูมิภาคและในตัวเมือง ทางที่ดีทีสุด ผู้ประกอบการน่าจะหาทางประคองใช้วัสดุภายในประเทศและลดต้นทุนด้านอื่นเพื่อรักษาผลประโยชน์อย่างเป็นธรรมมากที่สุด

บริษัท เอส.อาร์ พีอี กรุ๊ป จำกัด โรงงานผลิตท่อ HDPE เราเป็นผู้รับเหมาและขายท่อ PE ,ท่อ HDPE ประปา ,ท่อ HDPE ประปา,สำหรับระบบประปา และร้อยสายไฟรวมถึงท่อลอนพีอีเสริมเหล็กสำหรับระบบระบายน้ำและรวบรวมน้ำเสีย

สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
เว็บไซต์: http://www.srpegroup.co.th  
FB: https://www.facebook.com/srpegroup/
LINE OA:

https://www.thansettakij.com/property/518507
https://www.prachachat.net/economy/news-890896  

More Blog & News

Contact Us